Update

เติมลมยางด้วยไนโตรเจน

ในการเติมลมยางของรถยนต์โดยปกติแล้ว จะใช้อากาศแบบที่เราใช้หายใจอยู่เติมเข้าไปในยาง แต่อากาศธรรมดาที่เราใช้เติมเข้าไปในยางรถนั้น จะมีส่วนผสมของไอน้ำอยู่ด้วย พอได้รับความร้อนจากการใช้งาน ไอน้ำจะขยายตัวทำให้แรงดันภายในยางเปลี่ยนไป อีกทั้งอากาศมีการรั่วซึมได้ง่าย ทำให้ต้องมีการตรวจเช็กลมยางกันบ่อย ๆ ดังนั้นเพื่อลดปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมา ปัจจุบันจึงมีการนำเอาก๊าซไนโตรเจนมาใช้เติมแทนอากาศธรรมดา

สาเหตุที่ใช้ก๊าซไนโตรเจนเติมในยาง ก็เพราะก๊าซไนโตรเจนล้วน ๆ นั้นไม่มีไอน้ำ การขยายตัวหรือหดตัว ค่อนข้างแน่นอนกว่าเมื่อเทียบกับอากาศปกติ จึงลดปัญหาเรื่องยางระเบิดขณะขับรถในระยะไกล ๆ นอกจากนี้ไนโตรเจนยังเป็นก๊าซเฉื่อย การยึดติดกันของโมเลกุลคล้ายวุ้น ทำให้การขยับตัวเคลื่อนที่ช้า เมื่อโมเลกุลเสียดสีกันน้อย จึงทำให้ลมภายในยางไม่เกิดความร้อนสะสม แถมความดันอากาศภายในยางที่สม่ำเสมอ ยังช่วยให้การขับรถเป็นไปอย่างนุ่มนวล ลดเสียงดังของยางเวลาบดถนนตรงรอยต่อ หน้ายางสัมผัสกับถนนได้อย่างเต็มพื้นที่ จึงช่วยยืดอายุการใช้งานของยาง และลดการสึกหรอของดอกยาง

นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้อื่น ๆ ที่ตามมาอีก เช่น ทำให้การยึดเกาะถนนดีขึ้นและมีความปลอดภัยสูงขึ้น วิ่งเข้าโค้งดีขึ้น ลดความชื้นภายในยางรถยนต์ เพราะโดยทั่วไปแล้วการเติมลมปกติ จะมีออกซิเจนปะปนอยู่ภายในยางรถยนต์ ซึ่งจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำทำให้ยางเสื่อมเร็ว พร้อมกับเกิดสนิมที่กระทะล้อ นอกจากนี้รถที่เติมไนโตรเจนยังไม่ต้องตรวจเช็กลมยางบ่อยครั้ง เพราะอะตอมของไนโตรเจนมีขนาดใหญ่กว่าออกซิเจน ทำให้ไม่สามารถแทรกตัวผ่านเนื้อยางไปได้ง่าย ๆ ดังนั้นลมยางจึงไม่เพิ่มหรือลดมาก ทั้งในขณะที่รถวิ่งหรือจอดอยู่

สำหรับขั้นตอนการเติมลมยางด้วยไนโตรเจนนั้น ก่อนจะเติมไนโตรเจนลงไป จะต้องปล่อยลมเก่าออกให้หมด และเติมไนโตรเจนเข้าไปจนเต็มพื้นที่ เพื่อไล่ลมเก่าที่ตกค้างอยู่ จากนั้นก็ปล่อยลมออกอีกครั้ง และเติมก๊าซไนโตรเจนเข้าไป ใช้เวลาราว 10 นาทีก็แล้วเสร็จ จากนั้นผู้ให้บริการจะเปลี่ยนจุกลมยางจากสีดำปกติ ให้เป็นสีเขียวเพื่อแสดงให้รู้ว่ารถคันนี้เติมลมยางด้วยไนโตรเจน ส่วนค่าเติมไนโตรเจนนั้นอยู่ที่ประมาณล้อละ 50 บาท (4 ล้อ 200 บาท) ระยะเวลาในการตรวจเช็กแรงดันลมยางที่เติมไนโตรเจนจะทำทุก 3 เดือน.

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์

Your email address will not be published. กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

ชึ้นบน
website page counter