มาเลเซียเดินหน้าแผนพัฒนาการท่องเที่ยวใหม่ กระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวปี 2561

เชียงใหม่, ประเทศไทย, วันที่ 25 มกราคม 2561: ประเทศมาเลเซียตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยว 33.1 ล้านคน พร้อมเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวกว่า 1.34 แสนล้านริงกิตมาเลเซียในปี 2561 ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในปีนี้

ดาตุ๊ก ซรี เมอร์ซา มูฮัมหมัด ไตยับ อธิบดีการท่องเที่ยวมาเลเซียแถลงในงาน ASEAN Tourism Forum (ATF) ที่จังหวัดเชียงใหม่ท่ามกลางบรรดาสื่อมวลชนจากนานาประเทศที่เข้าร่วมรับฟังกันอย่างหนาแน่นว่าปีนี้ประเทศมาเลเซียจะเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ เช่น Desaru Coast Malaysia รีสอร์ตระดับพรีเมียม และ 20th Century Fox World Malaysia ธีมพาร์คใหม่ที่คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก และทำให้มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางใหม่ในวันหยุดสำหรับทุกคนในครอบครัว

Desaru Coast คือรีสอร์ตแบบครบวงจรระดับพรีเมียมแห่งแรกของมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการเฟสแรกในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2561 Desaru Coast มีสวนน้ำขนาดใหญ่ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ Desaru Coast Adventure Waterpark ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ความสนุกกับทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Water Coaster แห่งแรกของภูมิภาค โดยบริเวณชายหาดด้านหน้ายังเป็นที่ตั้งของโรงแรมและรีสอร์ตชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Westin Desaru Coast Resort, Hard Rock Hotel Desaru Coast และ Anantara Desaru Coast Resort & Villas

นอกเหนือจากความสนุกสนาน Desaru Coast ยังมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับทุกคนในครอบครัวที่ Desaru Coast Riverside ศูนย์รวมร้านค้าแนวไลฟ์สไตล์ใจกลาง Desaru Coast ที่นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมความบันเทิงอื่นๆ อีกมากมายในที่เดียว Desaru Coast Conference Centre ยังให้บริการสถานที่จัดประชุม ห้องสัมมนาและจัดเลี้ยงที่ทันสมัยพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงเลาจ์วีไอพี และลานกิจกรรมสำหรับจัดเวนต์และกิจกรรมบันเทิงต่างๆ

โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ได้เข้ามาเพิ่มสีสันการท่องเที่ยวให้กับประเทศมาเลเซีย นอกเหนือจากธีมพาร์คและแหล่งชอปปิงชื่อดังที่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Movie Animation Park Studios ในรัฐเปรัก Lost World of Tambun (ธีมพาร์คเพียงแห่งเดียวที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง) และเอาต์เล็ตมอลล์ระดับพรีเมียมที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

ดาตุ๊ก ซรี เมอร์ซา ยังกล่าวถึงโรงแรมใหม่ระดับโลกอีกหลายแห่งที่คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2018/2019 เช่น Four Seasons Kuala Lumpur ที่พร้อมให้บริการห้องพักมากถึง 270 ห้อง Movenpick Resort & Spa ในตรังกานู ที่มาพร้อมห้องพักกว่า 207 ห้อง W Hotels พร้อมห้องพัก 150 ห้อง และ DoubleTree by Hilton ที่สามารถให้บริการห้องพักได้มากถึง 300 ห้อง บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 11,000 ตารางฟุต

มาเลเซียคาดว่าจะสามารถประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในยุโรปมากขึ้นจากการจับมือเป็นพันธมิตรกับ ECTAA Preferred Destination Partner ในปี 2561 และ ITB Berlin ในปี 2562

ECTAA (European Travel Agents and Tour Operators Association) มีบริษัทนำเที่ยวและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวกว่า 36 แห่งจากทั่วยุโรป การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้จะช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศมาเลเซียให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเหล่าสมาชิกในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในยุโรปด้วย ในขณะเดียวกันการเป็นภาพงาน ITB 2019 ของ Official Partner Country ประเทศมาเลเซียยังช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศมาเลเซียในวงกว้างมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ได้พบกับบุคคลสำคัญต่างๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย

ในปี 2562 มาเลเซียยังเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวด้วยการเป็นเจ้าภาพงาน World Tourism Conference ครั้งที่ 5 ของ UNWTO ในกูชิง รัฐซาราวัก ซึ่งเป็นการสานต่อความสำเร็จจากการจัดงาน World Tourism Conference ครั้งที่ 4 ที่ปีนังในปี 2016 และ Global Summit on Urban Tourism ครั้งที่ 6 ที่ กัวลาลัมเปอร์ในปีที่ผ่านมา ที่ได้รับการตอบรับและความร่วมมือที่ดีมากระหว่างประเทศมาเลเซียและ UNWTO นอกจากนี้ มาเลเซียยังคงเดินหน้าสนับสนุนแผนพัฒนาแบบยั่งยืน 2030 ของ UNWTO เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงอีกด้วย

โดยดาตุ๊ก ซรี เมอร์ซา ยังกล่าวเสริมอีกว่า ขณะนี้ประเทศมาเลเซียยังเร่งเดินหน้าการเป็นพันธมิตรกับสายการบินต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าประเทศมาเลเซียทั้งเที่ยวบินปกติและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ โดยข่าวดีล่าสุดคือการเปิดตัวเที่ยวบินในช่วงฤดูหนาว (winter season) ของสายการบิน Condor Air ประเทศเยอรมนี ที่จะเชื่อมต่อระหว่างกรุงแฟรงค์เฟิร์ตและกรุงกัวลาลัมเปอร์ในเดือนพฤศจิกายนนี้ สายการบินพันธมิตรของประเทศมาเลเซียยังรวมถึง Malaysia Airlines, AirAsia, Malindo Air, KLM และ Singapore Airlines

โดยการดำเนินการทั้งหมดนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับแคมเปญท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ ‘Visit Malaysia Year (VMY) 2020’ ที่คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากถึง 36 ล้านคน พร้อมสร้างเม็ดเงินกว่า 1.68 แสนล้านริงกิตมาเลเซีย ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดแคมเปญดังกล่าวเพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศมาเลเซียในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยการเน้นย้ำแนวคิด “Travel, Enjoy and Respect” ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับแผนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือ National Eco-Tourism Plan ปี 2016-2025

จากการเข้าร่วมงาน ATF 2018 และการเตรียมความพร้อมสำหรับแคมเปญ VMY 2020 สายการบินแอร์เอเชียได้จัดโปรโมชันลดสูงสุดถึง 70% สำหรับตั๋วเครื่องบินที่บินไปยังทุกจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซีย โดยเปิดให้เริ่มจองแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 28 มกราคม เพื่อเดินทางท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 22 พฤศจิกายน ปี 2561

เส้นทางบินไปยังมาเลเซียล่าสุดของสายการบินแอร์เอเชียคือจากดาเวา (ฟิลิปปินส์) นาตรัง (เวียดนาม) เชจู (เกาหลีใต้) เซินเจิ้น (จีน) สิงคโปร์ มาเก๊า (จีน) และชัยปุระ (อินเดีย จะเปิดให้บริการวันที่ 5 กุมภาพันธ์)

งาน ASEAN Tourism Forum (ATF) จัดขึ้นในวันที่ 22 ถึง 26 มกราคม 2561 เป็นงานด้านการท่องเที่ยวประจำปีของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยตัวแทนจากประเทศมาเลเซียนำทีมโดย ดาโต๊ะ ซรี โมฮัมเหม็ด นาซรี อับดุล อซิส รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแห่งประเทศมาเลเซีย

กิจกรรมหลักในงาน ATF คือ TRAVEX งานที่ผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้มาพบปะพูดคุยและสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ โดยปีนี้มีผู้ขาย (seller) ทั้งโรงแรมและรีสอร์ต บริษัททัวร์ และคณะกรรมการด้านการท่องเที่ยวจากรัฐต่างๆ ของประเทศมาเลเซียเข้าร่วมงานกว่า 32 ราย ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้พบปะผู้ซื้อ (buyer) กว่า 244 รายที่ได้รับเชิญร่วมงาน ATF TRAVEX ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 26 มกราคม 2561

การท่องเที่ยวมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซียต้อนรับนักท่องเที่ยว 21,504,930 คน นับตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงตุลาคม 2560 ลดลง -2.5% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึง 22,056,417 คน

อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมาเลเซียมากที่สุดด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 74.9% (16,101,825 คน) โดยประเทศลาวมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดที่ 30.6%, ตามมาด้วยประเทศบรูไน (26.6%) ประเทศเวียดนาม (16.7%) และประเทศไทย (4.2%)

นักท่องเที่ยวจากประเทศอินโดนีเซียลดลง -5.9%, ตามมาด้วยประเทศสิงคโปร์ (-6.6%) ประเทศเมียนมาร์ (-12.6%) ประเทศฟิลิปปินส์ (-12.6%) และประเทศกัมพูชา (-32.8%)

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Home-Serve