จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เดินหน้าโครงการ ‘ครอบครัวปลอดภัย รู้ทัน ป้องกันไข้เลือดออก’ สู่ภาคใต้

Kanjanasub

สงขลา, ประเทศไทย – บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อโครงการ “ครอบครัวปลอดภัย รู้ทัน ป้องกันไข้เลือดออก” สู่ภาคใต้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบของโรคไข้เลือดออก โรคระบาดที่มากับยุงซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศไทยถึง 49 ราย ในปี 2560

ภายในงานที่กรุงเทพฯ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด ได้เชิญ นายแพทย์ มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ มาไขข้อข้องใจ และตอบคำถามเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกอย่างเจาะลึกทุกประเด็น โดยคุณหมอได้แนะนำถึง การสังเกตอาการสำคัญในระยะแรกคือ ไข้สูง ปวดหัว ปวดตัว อาจร่วมกับการเบื่ออาหาร และคลื่นไส้ในระยะแรก บางคนมีจุดแดงเล็กๆใต้ผิวหนัง กระทั่งเลือดกำเดาไหลหรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำเนื่องจากเลือดออกจากทางเดินอาหาร

นอกจากนี้แล้ว โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) โดยยุงลายจะเป็นพาหะ ไวรัสเดงกีมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ และพบการระบาดในไทยทั้ง 4 สายพันธุ์ ดังนั้นคนไทยจึงสามารถป่วยเป็นไข้เลือดออกได้ถึง 4 ครั้ง โรคไข้เลือดออกระบาดหนักในช่วงหน้าฝนคือช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน ในปัจจุบันยังไม่พบยารักษาโดยตรง เพียงแค่รักษาตามอาการเท่านั้น สิ่งควรระวังคือ การเลือกใช้ยาลดไข้ ห้ามให้ยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟนเพราะอาจระคายเคืองกระเพาะอาหาร และแอสไพรินมีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เกิดอาการเลือดออกในกระเพาะอาหารได้มากขึ้น ควรเลือกใช้ตัวยาพาราเซตามอลแทน และในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ให้เกินขนาดเพราะอาจส่งผลเสียต่อตับ

หลังจากที่ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด ได้เปิดตัวโครงการ “ครอบครัวปลอดภัย รู้ทัน ป้องกันไข้เลือดออก” ที่กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นที่จะปรับปรุงมาตรการป้องกัน เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทั้งในบ้าน สถานที่ทำงาน รวมทั้งในชุมชน ทางโครงการฯ ได้ลงพื้นที่ไปยังจังหวัดใกล้เคียง ทั้งนนทบุรี และปทุมธานี เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก และเชิญชวนให้ทุกครอบครัวช่วยกันป้องกันโรคไข้เลือดออกเบื้องต้น

เพื่อตอกย้ำและสานต่อความมุ่งมั่นในการลดความรุนแรงและการระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด จึงเดินหน้าขยายโครงการฯ สู่ภาคใต้ อันเป็นภูมิภาคที่พบการระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงสุดในประเทศไทย จากรายงานการระบาดไข้เลือดออก สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข[2] ประจำปี พ.ศ. 2560 พบว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้วจำนวน 34,459 รายทั่วประเทศ และพบการระบาดของไข้เลือดออกมากที่สุดในภาคใต้ รวมถึง จังหวัดสงขลา พัทลุง ปัตตานี นราธิวาส และนครศรีธรรมราช ทางโครงการฯ จึงเลือกลงพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื่องจากเป็นเมืองสำคัญ เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ และมีประชากรหนาแน่น โดยหวังให้เกิดความตระหนักรู้ และความร่วมมือในการป้องกันโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง รวมถึงในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพ

มร. นีราจ โกยาล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “การป้องกันโรคไข้เลือดออกเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักและเร่งด่วนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เชื่อว่าการให้ความรู้กับประชาชนเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ และเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยปกป้องครอบครัวจากภัยไข้เลือดออก”

“จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีความรู้และความเข้าใจถึงสถานการณ์ภัยไข้เลือดออกในประเทศไทย และแม้ว่าโรคนี้ โดยทั่วไปแล้วไม่ทำให้ผู้ป่วยถึงกับเสียชีวิตก็ตาม จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ก็มีความต้องการที่จะกระตุ้นให้คนไทย เฝ้าระมัดระวังสภาพแวดล้อม และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นของโรคไข้เลือดออก” มร. นีราจ กล่าวเพิ่มเติม

เพื่อสร้างความตระหนักถึงโรคไข้เลือดออกและความเข้าใจที่ถูกต้องสู่สังคม บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัดจึงได้เชิญ คุณณัฐวุฒิ และคุณพรทิพย์ สกิดใจ ครอบครัวนักแสดงชื่อดัง มาถ่ายทอดความรู้ เกี่ยวกับอาการของโรคไข้เลือดออก การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และวิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออกง่ายๆ สำหรับครอบครัวไทย

คุณณัฐวุฒิ สกิดใจ กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนของครอบครัวสกิดใจ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่มอบความรู้และเป็นประโยชน์แก่ครอบครัวไทย ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศแถบร้อนชื้นอย่างประเทศไทย เนื่องจากโรคไข้เลือดออกนั้นเกิดขึ้นในทุกปี และส่งผลต่อทุกครอบครัว ดังนั้น เราจึงต้องมีความรู้และเข้าใจอาการของโรคไข้เลือดออกที่ถูกต้อง และพร้อมรับมือในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันน้อยกว่า และมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการรุนแรงได้มากกว่า หรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้”

“ทุกคนในครอบครัวสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยภายในบ้าน ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และสามารถแบ่งหน้าที่ได้ ดังนี้ คุณพ่อสามารถดูแลความสะอาดของถังขยะ คอยนำขยะไปทิ้ง และเก็บบริเวณบ้านให้สะอาด คุณแม่สามารถช่วยทำความสะอาดบ้าน และลูกๆ สามารถช่วยได้ โดยการปิดฝาภาชนะน้ำที่มีภายในบ้าน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ สามารถปกป้องและดูแลสภาพแวดล้อมของคนที่เรารักได้” คุณณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติม

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Home-Serve