“คุนหมิง –  เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ” มีอะไรบ้างที่ควรไปเยือน

Kanjanasub

หลังจากเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา สายการบินคุนหมิงแอร์ไลน์ ได้ทำการเปิดไฟลท์ปฐมฤกษ์  เส้นทางบินหาดใหญ่-คุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เที่ยวบินที่ KY8363/8364 โดยเปิดทำการบินในวันพฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์ เส้นทางคุนหมิง-หาดใหญ่-คุนหมิง เวลา 16.40 น./17.50 น. เป็นเครื่องบินแบบ B737-800 เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

ครั้นจะรอให้นักท่องเที่ยวจากคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน มาเที่ยวบ้านเราฝ่ายเดียวก็ดูกระไรอยู่ วันนี้หาดใหญ่โอเค ดอท คอม จึงค้นหาข้อมูลมาให้ชาวสงขลา-หาดใหญ่ ดูกัน ว่าคุนหมิง มีอะไรน่าสนใจ ที่เราควรไปสัมผัสกันบ้าง

ข้อมูลเบื้องต้น

นครคุนหมิงมีว่า เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ (Eternal Spring City) มีสภาพอากาศเย็นสบายตลอดปี ฤดูหนาวไม่หนาวจัด และฤดูร้อนไม่ร้อนมาก อุณหภูมิเฉลี่ย 15 -18 องศาเซลเซียส เนื่องจาก นครคุนหมิงมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร จึงมีอากาศเบาบาง ผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงต้องระมัดระวังสุขภาพเป็นพิเศษ ในระยะแรกที่เพิ่งเดินทางมาถึงนครคุนหมิง ควรงดการออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวที่รุนแรงรวดเร็วเกินไป หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลในระดับสูง เช่น ต้าหลี่ ลี่เจียง หรือแชงกรีล่าทันทีที่เพิ่งมาถึงนครคุนหมิง ควรใช้เวลาปรับร่างกายให้คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมเสียก่อน

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

เขาซีซาน(ประตูมังกร)

ตั้งห่างจากตัวเมือง 29 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของวัดในลัทธิเต๋า สร้างในช่วง ค.ศ.1718-1843 ผ่านอุโมงค์หินที่สกัดไว้ตามไหล่เขา พร้อมชมศาลเจ้าและวัดจีนลัทธิเต๋า ซึ่งสร้างขึ้น ด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับ 1,000 ปี ชมความงดงามของ ทะเลสาบคุนหมิง เตือนฉือ จากมุมมองจากที่สูง มาลอดประตูมังกร หลงเหมิน ซึ่งสร้าง ขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เชื่อกันว่าเป็น ประตูแห่งความสิริมงคล ซึ่งถ้าผู้ใดได้เดินลอดผ่านประตูแห่งนี้ จะประสบแต่ความสำเร็จโชคดี ประตูแห่งนี้ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมหน้าผา คนจีนกล่าวไว้ว่ามาถึงคุนหมิงจะต้องไปลอดประตูมังกร เมื่อลอดแล้วฐานะจะเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยเท่า ซึ่งการลอดประตูมังกรได้นั้นพวกเราจึงต้องพิชิตเขาซีซานให้ได้ก่อน โดยการเดินขึ้นบันไดนิดหน่อยแค่ 300 กว่าขั้น เท่านั้นระหว่างทางบันได300 กว่าขั้นพิชิตเขาซีซานมีจุดพักและศาลเจ้าอยู่เป็นระยะๆ

หมู่บ้านชนชาติยูนนาน

ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเตียนฉือ ด้านทิศใต้ของเมืองคุนหมิง ห่างจากตัวเมืองคุนหมิง 8 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเวทีแสดงวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยให้กับนักท่องเที่ยว ภายในหมู่บ้านมีการจำลองบ้านของชนกลุ่มน้อยทั้ง 26 ชนกลุ่มของมณฑล ยูนาน เรียกว่าการเที่ยวชมหมู่บ้านวัฒนธรรมในคราเดียวท่านสามารถสัมผัสทั้งขนบธรรมเนียม และวิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อยทั้ง 26 ชนกลุ่มเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีการแสดงเต้นรำ ร้องเพลง และการละเล่นของชนกลุ่มน้อยที่หาดูได้ยาก รวมทั้งการเล่นน้ำสงกรานต์ของชาวไทลื้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในชนกลุ่มน้อยของของมณฑล ยูนาน ด้วย

วัดหยวนทง

เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของมณฑลยูนนาน ตั้งอยู่ที่ถนนหยวนทงเจียง เป็นอารามทางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในคุนหมิง วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเมืองคุนหมิง ภายในวัดตกแต่งร่มรื่นสวยงาม กลางลานมีสระน้ำขนาดใหญ่ เป็นวัดที่ผสมผสานทั้งวัดไทย พม่า และธิเบต วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาถึง 3 นิกาย สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังมีอายุยาวนานประมาณ 1,200 กว่าปี แต่การสร้างวัดแห่งนี้ดูแล้วจะแปลกตากว่าวัดอื่นๆในจีน เพราะปกติแล้วการสร้างวัดของจีนส่วนมากจะต้องสร้างอยู่บนภูเขา มีแต่วัดหยวนทงที่สร้างแปลกที่สุดในจีนคือสร้างวัดต่ำกว่าภูเขา โดยวิหารจะอยู่ต่ำที่สุด เนื่องจากวัดแห่งนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดโดยตรง แต่เคยเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิมมาก่อน ดังนั้นคำว่า “หยวนทง” จึงเป็นชื่อที่ปรากฏในคัมภีร์ของเจ้าแม่กวนอิม

จินเตี้ยน(วิหารทองสัมฤทธิ์)

ตั้งอยู่บนภูเขา หมิงฟ่งซาน ด้านทิศตะวันออกจองตัวเมืองคุนหมิง ตำหนักทองจินเตี้ยนถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ หมิง และได้รับการบูรณะโดยอ๋อง หวูซันกุ้ย ผู้ปกครองดินแดนแถบนี้ในสมัยราชวงศ์ชิง ตำหนักหลังนี้มีความสูง 6.7 เมตร  กว้างและยาว 6. 2 เมตร สร้างขึ้นด้วยทองเหลืองทั้งหลัง น้ำหนัก กว่า 250 ตัน เป็นสิ่งปลูกสร้างทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีกำแพงและป้อมล้อมรอบตำหนักเสมือนกำแพงที่ล้อมรอบเมือง มีกระบี่เจ็ดดาวน้ำหนัก 12 กิโลกรัม   และดาบกายสิทธ์น้ำหนัก 20 กิโลกรัมถูกเก็บรักษาไว้ในศาลา เชื่อว่าทั้งสองเป็นอาวุธประจำกายของ อ๋อง หวูซันกุ้ย

อุทยานป่าหิน

เป็นอุทยานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองคุนหมิง ประมาณ 78 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ราวชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น มีพื้นที่รวมทั้งหมดกว่า 350 ตารางกิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นอุทยานป่าหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก!!! ไม่เพียงแต่มีขนาดที่ใหญ่เท่านั้น เพราะยังประกอบไปด้วยก้อนหิน และเสาหินใหญ่น้อยจำนวนมหาศาลที่มีความสวยงาม แปลกประหลาด ชวนให้จินตนาการถึงสิ่งต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ตามพื้นที่ภายในอุทยาน  โดยหินเหล่านี้นั้น ไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์แต่อย่างใด แต่เกิดจากฝีมือของธรรมชาติ ผ่านการกัดเซาะจากน้ำฝนมาตลอดระยะนานนับ 270 ล้านปี กว่าจะเป็นอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ป่าหินแห่งนี้ยังถูกเรียกอีกชื่อว่า “วังวนใต้ทะเล” เนื่องจากภายในป่าหินยังมีทางแยกมากกว่า 400 สาย มีจุดท่องเที่ยวกว่า 200 จุด และแต่ก่อนนั้น พื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดถูกซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก ทำให้หินปูนเหล่านี้ ถูกพื้นดินดันขึ้นมาอวดโฉมแก่ผู้คนที่มาเยือน

ถ้ำจิ่วเซียง

เป็นชื่อของอุทยานท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของมณฑล ยูนาน ตั้งอยู่ในเขตอำเภอ หยีเหลียง อยู่ห่างจากเมืองคุนหมิงราว 70 กิโลเมตร อุทยานจิ่วเซียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่สำคัญของจีน ประกอบด้วยถ้ำหินปูน และหุบเขาหินปูนที่มีรูปร่างสวยงามแปลกตาเป็นจำนวนมาก พื้นที่บริเวณนี้ยังมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นักธรณีวิทยาสันนิฐานว่าถ้ำและเขาหินปูนในอุทยานเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกเมื่อหลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา จุดชมวิวภายในอุทยานประกอบด้วย ยินชุ่ยเสีย จิงหุนเสีย ถ้ำมังกร ถ้ำค้างคาว ฯลฯ

นี่แค่เป็นส่วนหนึ่งของความน่าสนใจใน นครคุนหมิง หากคุณอย่างรู้ว่าจริงๆแล้ว ทำไมคุนหมิง ถึงได้รับการยกย่องว่า “เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ” คุณควรลองไปสัมผัสกันดู เพราะอย่ารอให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวบ้านเราฝ่ายเดียว แต่เราควรออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากต่างแดนดูบ้าง  หาดใหญ่เราจะได้มีเส้นทางบินต่างประเทศเข้ามากันอีกมากมายหลายเส้นทางในอนาคต

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Home-Serve